เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ และโครงการบริการวิชาการและรับใช้สังคม สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นันทวัน วังเมือง ภายใต้โครงการบริการวิชาการและรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน “โครงการบริการวิชาการและรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน “การคัดกรองและวินิจฉัยโรคลมชักในชุมชนต้นแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ในพื้นที่บริการ รพ.สต.บ้านต้นเลียบ ปีที่ 2: การติดตามและขยายพื้นที่” ได้เข้าประชุมกับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านในพื้นที่บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านต้นเลียบ เพื่อสรุปผลการคัดกรองโรคลมชัก จากการขยายพื้นที่สำรวจในประชากรเพิ่มจากปีที่ผ่านมาอีก 2,000 ราย (รวม 4,000 ราย) ประกอบด้วย เด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และแรงงานต่างด้าว (แรงงานเคลื่อนย้าย ไม่ได้อาศัยประจำ) พบว่า ไม่มีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมชัก แต่พบกลุ่มเสี่ยงที่ปัจจัยสัมพันธ์กับการเกิดโรค จำนวน 65 ราย (ร้อยละ 3.25) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยสัมพันธ์กับการเกิดโรคลมชักที่พบสูงที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการดื่มสุรา และผลการติดตามผู้ป่วยเดิมที่ได้รับการวินิจฉัย จำนวน 3 ราย พบว่า ผู้ป่วยยังรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และมีความถี่ของการเกิดอาการน้อยลง ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงจากปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้ที่พัฒนาไปเป็นโรคลมชัก และมีความตั้งใจในการลดการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการทบทวน (Re-skill) ความรู้แลทักษะการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักแก่ อสม. อีกด้วย
นอกจากนี้ในวันดังกล่าว รพ. สต. บ้านต้นเลียบ ยังได้มีการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ โดยคุณวันเพ็ญ บุญรัตน์ ผู้อำนายการ รพ.สต. บ้านต้นเลียบ ได้เชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นันทวัน วังเมือง เข้าร่วมกิจกรรมและบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกแก่ อส. ม. และประชาชนที่สนใจกว่า 90 คน เป็นการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น ให้ประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDGs 3.3.2) รวมถึงให้ความรู้ การดูแล และป้องกันตนเองของผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วยและชาวบ้านในชุมชน (SDGs 4) โดยเริ่มจากจุดเล็ก ๆ จะสามารถขยายผลต่อไปยังการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่ และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างต้นแบบการดูแลสุขภาพโดยสหสาขาวิชาชีพและขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป