สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวทุ่ง จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลกะหรอ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชฎายุ อุดม และอาจารย์พัชราวดี ศรีรักษ์ จากสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวทุ่ง ตำบลกะหรอ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพภายใต้โครงการบริการวิชาการเพื่อรับใช้สังคม “มวล. กะหรอ รวมใจ พลังกายคลายปวด” และโครงการ “มวล. กะหรอ รวมใจ สร้างกาย พ้นภัย”

 

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการตรวจประเมินสมรรถภาพทางกายและจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ พัฒนาสมรรถภาพร่างกาย ฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง โดยกิจกรรมครั้งแรกนี้มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือ แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมได้ทุกกลุ่ม

 

ในการดำเนินกิจกรรม ได้มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายอย่างครอบคลุม ได้แก่ การวัดรอบเอว รอบสะโพก องค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพหัวใจและปอด ความยืดหยุ่นของแขน หลังส่วนล่างและขา รวมถึงการประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน และตรวจคัดกรองอาการบาดเจ็บทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล โดยเน้นการสร้างความรู้และทักษะให้แก่แกนนำ อสม. เพื่อนำไปถ่ายทอดและขยายผลสู่ประชาชนในชุมชนต่อไป อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนและการพึ่งพาตนเองในระยะยาว

 

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการลงพื้นที่สำรวจปัญหาและติดตามความก้าวหน้าจากโครงการในปีที่ผ่านมา และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

โครงการนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 3 “สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” และเป้าหมายที่ 17 “ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” รวมถึงสอดรับกับเกณฑ์การประเมิน UI GreenMetric World University Rankings (หมวด ED5: การบริการวิชาการแก่สังคม) อันเป็นการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน