Home / ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา

 

สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ จัดตั้งขึ้นภายใต้ระบบวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกพร้อมกับการเปิดรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเมื่อปีการศึกษา 2541 ใน 3 หลักสูตรได้แก่หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย) และปีการศึกษา 2548 เปิดสอน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (กายภาพบำบัด) การเปิดการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรีทุกหลักสูตรนี้นับเป็นแห่งแรกในภาคใต้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมเนื่องจากเป็นสาขาขาดแคลน เพื่อเป็นการขยายศักยภาพด้านการศึกษา สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ ได้เปิดการสอนระดับบัณฑิตศึกษา ในปีการศึกษา 2547 ในระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาชีวเวชศาสตร์ ปีการศึกษา 2549  เปิดสอนหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (วิชาเอกการสร้างเสริมสุขภาพ และวิชาเอกบริหารสาธารณสุข)        ปีการศึกษา 2550 เปิดสอนระดับปริญญาเอกหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาชีวเวชศาสตร์ และเปิดสอนในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ในปีการศึกษา 2558

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดการศึกษาแบบไตรภาค มีปรัชญาการบริหารงานรูปแบบ “รวมบริการ ประสานภารกิจ” คือการทำงานแบบรวมระบบงานสนับสนุน เช่น ระบบสนับสนุนด้านการเรียนการสอน ระบบการเงิน บัญชีและพัสดุ และระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร เป็นต้น โดยมุ่งสนับสนุนให้หน่วยงานระดับสำนักวิชาทำหน้าที่ตามพันธกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ผลิตบัณฑิต วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีนโยบายในการแยกสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ โดยเป็นสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ และจัดตั้งสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ เป็นสำนักวิชาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 เป็นต้นมา สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) และ วิทยาศาสตรบัณฑิต (กายภาพบำบัด) และมีการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ปริญญญาโท คือ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ชีวเวชสาสตร์) และปริญญาเอก คือ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ชีวเวชศาสตร์)

Facebook Comments